ต้องการทักษะการวิจัยที่ดีขึ้น? และเหตุผลสามประการที่ควรไปห้องสมุดโดย MLA

โพสต์ 18-11-2020 ใน

อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับกุญแจสู่การวิจัยออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพในโพสต์นี้โดย Emma Marciano บรรณาธิการดัชนีอาวุโสของ MLA International Bibliography ที่ Modern Language Association

การวิจัยทางวิชาการเป็นหนึ่งในความจริงที่ซึ่งขัดแย้งกับแนวความคิดที่มุ่งเน้นผู้บริโภคของโลกดิจิทัล ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลทางวิชาการ ฉันได้ใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากห้องสมุด. การวิจัยเป็นกระบวนการที่ประกอบด้วยขั้นตอนที่แตกต่างกันหลายขั้นตอน ซึ่งรวมถึง: การกำหนดหัวข้อการ การจำกัดคำถามการวิจัย การเสาะหาคำศัพท์เฉพาะ การระบุแหล่งที่มาและการวิเคราะห์ผลลัพธ์ การทำวิจัยจึงจำเป็นต้องมีทักษะการคิดทั้งในลำดับล่าง (การจดจำ ความเข้าใจ) และลำดับที่สูงขึ้น (การประเมิน การสังเคราะห์) เพื่อให้เป็นนักวิจัยที่ดี สิ่งนี้ต้องใช้เวลา และที่จุดเริ่มต้น การทำความเข้าใจกับกระบวนการต่างๆในงานวิจัยนับได้ว่าเป็นก้าวแรกสู่ความสำเร็จ

ในฐานะผู้จัดการด้านข้อมูลที่ได้รับการฝึกอบรมมา บรรณารักษ์คือบุคคลที่จะสามารถช่วยคุณจัดการกับข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ พวกเขาสามารถช่วยนำนักวิจัยไปยังแหล่งข้อมูลทางวิชาการที่เหมาะสมกับความต้องการ ผู้ใช้งานดิจิตอลจำนวนมากอาจมองว่าบรรณารักษ์มีจำนวนน้อยกว่าผู้ดูแลระบบ และไม่ทราบถึงบริการที่พวกเขาสามารถช่วยได้ ในรายงาน “How Freshmen Conduct Course Research Once They Enter College,” คุณAlison Head ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่านักศึกษาจำนวนมากไม่ทราบถึงบริการดิจิทัลที่ห้องสมุดมีให้ การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากในทันที และโดดยตรงบนอินเทอร์เน็ตได้สร้างความเข้าใจว่า“ ข้อมูลเหล่านั้น” เป็นสิ่งที่ดี และพวกเขาสามารถเรียกดูข้อมูลทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เมื่อลองกลับมาพิจารณาอีกครั้ง การค้นหาข้อมูลบนเว็บแบบเปิดอาจให้ผลลัพธ์ได้มากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์เหล่านั้นจะใช้งานได้ และน่าเชื่อถือ ประโยชน์ที่ได้นั้นอาจจะเหมาะกับการหาข้อมูลในชีวิตประจำวันมากกว่า และสิ่งที่คุณต้องทราบว่าเครื่องมือค้นหาทางอินเทอร์เน็ตที่ใช้กันบ่อยๆคือแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ซึ่งเน้นหลักคือการโฆษณา ไม่ใช่การวิจัยทางวิชาการ ในความเป็นจริง เครื่องมือการค้นหเป็นศูนย์กลางของการโต้เถียงในหลากหลายโอกาส เนื่องจากมีการศึกษาเพิ่มเติม การกลั่นกรองอคติ ในอัลกอริทึม และผลการทำนาย (หากยังไม่เคยได้รับข้อมูลนี้ คุณสามารถดูเนื้อหาของคุณ Safiya Noble ได้ที่ Algorithms of Oppression: How Search Engines Reinforce Racism)

ในเชิงบริบท ไม่ใช่ว่านักวิจัยไม่เข้าใจว่าแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเหล่านี้ทำงานอย่างไร พวกเขาเข้าใจ และมีการศึกษาเพื่อพิสูจน์แล้ว แต่ความซับซ้อนของข้อมูลดิจิทัล ประกอบกับกฎหมาย และนโยบายด้านลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ทางวิชาการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาคือสิ่งที่ช่วยส่งเสริมพฤติกรรม “การค้นหาข้อมูล” ที่เอื้อต่อความสะดวกสบาย มากกว่าความถูกต้อง และผลลัพธ์ที่พวกเขาได้รับทันทีในกระบวนการ

พื้นฐานของสิ่งนี้คืออะไร? ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ถูกเขียนขึ้นมานั้นไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ใช่ทุกสิ่งที่ปรากฏในผลการค้นหาบนเว็บแบบเปิดจะเกี่ยวข้องกับความต้องการของคุณ แต่ในความเป็นจริงสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องมากที่สุดในสาขาการวิจัยของคุณนั้นสามารถเข้าถึงได้ผ่านฐานข้อมูลทางวิชาการในห้องสมุดของคุณ

เราจะกล่าวถึงหลักสามประการที่ต้องคำนึงถึงเมื่อทำการวิจัยทางวิชาการ:

• ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นอย่างเสมอภาค – ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในกระบวนการวิจัยคือการประเมิน ความน่าเชื่อถือ และการเข้าถึงได้ของแหล่งข้อมูล การใช้ฐานข้อมูลเฉพาะเพื่อการวิจัย จะช่วยลดภาระงานนั้นได้อย่างมาก เนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนอในแหล่งข้อมูลเหล่านั้นได้รับการคัดเลือก เพื่อความตรงประเด็น และมีการประเมินก่อนที่จะนำมารวมเข้าไว้ด้วยกัน

• กรองการสืบค้น – ฐานข้อมูลเฉพาะจะช่วยให้คุณตั้งค่าพารามิเตอร์การสืบค้นได้เฉพาะตามวันที่ตีพิมพ์ และหัวข้อ และแนะนำคุณให้รู้จักกับภาษาที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ในสาขาวิชานั้นๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะตรงประเด็น และตรงกับคำถามการวิจัยของคุณแบบเฉพาะเจาะจง

• บริบทคือทุกสิ่ง – ทุกสาขามีประวัติ หัวข้อยอดนิยม และเนื้อหาหลัก การทำความเข้าใจกับการสนทนาทางวิชาการ เป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการวิจัย ฐานข้อมูลเฉพาะสามารถช่วยให้คุณกระชับช่องว่างในการวิจัย และในขณะเดียวกันก็กำหนดหัวข้อการวิจัยของคุณได้

เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว Information literacy จัดเป็นหัวข้อที่เร่งด่วนและสำคัญอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล การให้ความรู้แก่และข้อมูลแก่ผู้บริโภคเพื่อทำความเข้าใจในผลลัพธ์ และประเมินแหล่งที่มาของข้อมูลต่างๆเป็นส่วนหนึ่งของงานที่สำคัญสำหรับบรรณารักษ์ และผู้ให้บริการห้องสมุด พวกเขาสามารถป็นฮีโร่ตัวจริงในการปฏิวัติด้านดิจิทัล

แหล่งข้อมูลที่ดีในการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลของนักศึกษาคือการศึกษาระยะยาวที่จัดทำโดย Alison J. Head และ Michael Eisenberg จาก Project Information Literacy

ขอทดลองใช้งาน MLA

Share this: